ข้อมูลโดยย่อ
- ภาคภาคใต้
- จังหวัดต้นตำรับปัตตานี
- ประเภทขนมไทยโบราณ
- ระดับราคาหลักสิบ ราคาตลาด
- ฤดูกาลหากินได้ทั้งปี
วงล้อรสลักษณ์ — รูปรสและสัมผัสของขนมอาเก๊าะ
ภาคใต้
ขนมอาเก๊าะ
Khanom A-goh - อาเก๊าะ, อาเกาะ, akok, khanom a goh, ขนมอาเก๊าะปัตตานี
ยังไม่มีคะแนนรีวิวขนมไข่ผสมกะทิและแป้ง อบในพิมพ์ทองเหลืองด้วยไฟบน-ล่าง เนื้อหอมนุ่มขอบกรอบ ขนมโบราณของชาวไทยมุสลิมปัตตานี
รู้จักขนมอาเก๊าะ
อาเก๊าะทำจากไข่ตีกับน้ำตาล แป้ง และกะทิ บางสูตรใส่เนย เทลงพิมพ์ทองเหลืองหลุมกลม แล้วอบด้วยการวางถ่านไฟทั้งด้านบนและด้านล่างพิมพ์ ทำให้ขนมสุกทั่วเนื้อหอมนุ่มชุ่ม ขอบกรอบหอมกลิ่นไข่และกะทิ รสหวานมัน เป็นขนมโบราณที่ทำในโอกาสพิเศษและเดือนรอมฎอน
สูตรฮาลาล — ยังไม่ยืนยันตรารับรอง (อ่านความต่างของสูตรฮาลาลกับตรารับรอง)
เรื่องเล่าและที่มา
อาเก๊าะเป็นขนมโบราณของชาวไทยมุสลิมในสามจังหวัดชายแดนใต้ โดยเฉพาะปัตตานี มีการทำสืบทอดกันมายาวนาน วิธีอบด้วยไฟบน-ล่างในพิมพ์ทองเหลืองเป็นภูมิปัญญาก่อนยุคเตาอบสมัยใหม่ นิยมทำในเดือนรอมฎอนไว้ละศีลอดและในงานเลี้ยงสำคัญ จึงเป็นขนมที่ผูกกับวิถีมุสลิมท้องถิ่น
กินยังไงให้อร่อย
กินอุ่น ๆ เป็นของว่างหรือของหวานคู่ชาร้อน นิยมกินช่วงละศีลอดในเดือนรอมฎอน
เพิ่มโดย ทีมงาน ginlen
มีขนมบ้านเกิดที่เรายังไม่มี? ส่งเข้ามาได้ ทีมงานตรวจสอบก่อนเผยแพร่และให้เครดิตผู้ส่ง ส่งเพิ่ม
วิธีเลือกซื้อ
สังเกตก่อนซื้อขนมอาเก๊าะ
เลือกชิ้นที่เนื้อนุ่มชุ่มขอบกรอบ สีเหลืองทองสวยไม่ไหม้ หอมกลิ่นไข่และกะทิ ไม่มีกลิ่นเปรี้ยว
วิธีเก็บและคืนความสด
เก็บและอุ่นคืนขนมอาเก๊าะให้กลับมาอร่อยเหมือนใหม่
เป็นขนมสดควรกินภายในวันเดียว หากเหลือให้แช่เย็นและอุ่นก่อนกิน เพราะมีไข่และกะทิจึงบูดง่ายในอากาศร้อน
นาฬิกาขนม
โดยทั่วไป อาจต่างกันตามร้านและฤดู
งานฝีมือ
คำถามที่พบบ่อย
คำตอบสำคัญเกี่ยวกับขนมอาเก๊าะที่คนถามบ่อยที่สุด
อาเก๊าะทำจากอะไร?
ทำจากไข่ตีกับน้ำตาล แป้ง และกะทิ บางสูตรใส่เนย เทในพิมพ์ทองเหลืองแล้วอบด้วยไฟบน-ล่างจนหอมนุ่มขอบกรอบ
ทำไมอาเก๊าะนิยมทำในเดือนรอมฎอน?
เพราะเป็นขนมหวานให้พลังงานเหมาะกินช่วงละศีลอด และเป็นขนมโบราณที่ครอบครัวไทยมุสลิมทำสืบทอดกันในโอกาสพิเศษ
รีวิวจากผู้ชิม
เป็นคนแรกที่รีวิว แล้วรีวิวของคุณจะได้ป้าย "รีวิวคนแรก" ติดถาวร
เข้าสู่ระบบเพื่อรีวิวเราจำขนมที่คุณดูล่าสุดเพื่อแนะนำ (เก็บในเครื่องของคุณ)
ข้อมูลชุดนี้เป็นส่วนหนึ่งของ ชุดข้อมูลเปิดของกินเล่นไทย (CC BY 4.0)