ข้อมูลโดยย่อ
วงล้อรสลักษณ์ — รูปรสและสัมผัสของขนมฮวดโก้ย
ภาคใต้
ขนมฮวดโก้ย
Huat Koy - ฮวดโก้ย, ขนมถ้วยฟูภูเก็ต, หวดโก้ย, huat koy, huat kuih, prosperity cake
ยังไม่มีคะแนนรีวิวขนมถ้วยฟูสไตล์จีนฮกเกี้ยนที่นึ่งจนหน้าแตกบานเป็นกลีบ สื่อความเจริญรุ่งเรือง ขนมไหว้เจ้าของชาวภูเก็ต
รู้จักขนมฮวดโก้ย
ฮวดโก้ยทำจากแป้งข้าวเจ้าหรือแป้งสาลีผสมน้ำตาลและผงฟู หยอดในถ้วยเล็กแล้วนึ่งไฟแรงจนขนมขึ้นฟูและหน้าแตกบานเป็นกลีบสามสี่แฉก เนื้อฟูนุ่มคล้ายเค้กนึ่ง รสหวานอ่อน ๆ มีทั้งสีขาว สีน้ำตาลจากน้ำตาลแดง และสีชมพูมงคล เป็นขนมที่ยิ่งแตกหน้าสวยยิ่งถือว่าเป็นมงคล
เรื่องเล่าและที่มา
ฮวดโก้ยเป็นขนมไหว้ของชาวจีนฮกเกี้ยนในภูเก็ต คำว่าฮวดพ้องกับคำอวยพรว่าเจริญรุ่งเรือง (ฮวดไช้) การที่ขนมขึ้นฟูแตกหน้าถือเป็นนิมิตดีว่ากิจการจะงอกงาม จึงเป็นขนมประจำโต๊ะไหว้เจ้าและบรรพบุรุษในเทศกาลตรุษจีนและงานมงคลของชุมชนจีน-ไทยภาคใต้
กินยังไงให้อร่อย
กินขณะยังนุ่มอุ่น ๆ หลังพ้นพิธีไหว้ ฉีกกินตามกลีบ อร่อยคู่ชาจีนหรือกาแฟร้อน
เพิ่มโดย ทีมงาน ginlen
มีขนมบ้านเกิดที่เรายังไม่มี? ส่งเข้ามาได้ ทีมงานตรวจสอบก่อนเผยแพร่และให้เครดิตผู้ส่ง ส่งเพิ่ม
วิธีเลือกซื้อ
สังเกตก่อนซื้อขนมฮวดโก้ย
เลือกถ้วยที่หน้าแตกบานเป็นกลีบสวย เนื้อฟูขึ้นเต็มไม่ยุบ ผิวไม่เหนียวแฉะ ดมหอมไม่มีกลิ่นเปรี้ยวของแป้งค้าง
วิธีเก็บและคืนความสด
เก็บและอุ่นคืนขนมฮวดโก้ยให้กลับมาอร่อยเหมือนใหม่
กินวันต่อวันจะอร่อยสุด เก็บอุณหภูมิห้อง 1-2 วันหรือแช่เย็นแล้วนึ่งอุ่นใหม่ให้เนื้อฟูคืนก่อนกิน
งานฝีมือ
ขนมมงคล
คำว่าฮวด (発) แปลว่าเจริญรุ่งเรืองงอกงาม ขนมที่ขึ้นฟูแตกหน้าสวยถือเป็นเคล็ดว่ากิจการและชีวิตจะเฟื่องฟู จึงใช้เป็นขนมไหว้เจ้าในเทศกาลจีน
คำถามที่พบบ่อย
คำตอบสำคัญเกี่ยวกับขนมฮวดโก้ยที่คนถามบ่อยที่สุด
ทำไมฮวดโก้ยต้องนึ่งให้หน้าแตก?
เพราะหน้าที่แตกบานเป็นกลีบถือเป็นเคล็ดมงคลว่าเจริญรุ่งเรืองงอกงาม (ฮวด) ยิ่งแตกสวยยิ่งเป็นสิริมงคล จึงนิยมใช้ไหว้เจ้าในเทศกาลจีน
ฮวดโก้ยกับขนมถ้วยฟูเหมือนกันไหม?
เป็นขนมตระกูลเดียวกัน คือขนมนึ่งขึ้นฟูหน้าแตก ฮวดโก้ยเป็นชื่อเรียกแบบจีนฮกเกี้ยนในภูเก็ต เนื้อและวิธีทำใกล้เคียงขนมถ้วยฟูของไทย
รีวิวจากผู้ชิม
เป็นคนแรกที่รีวิว แล้วรีวิวของคุณจะได้ป้าย "รีวิวคนแรก" ติดถาวร
เข้าสู่ระบบเพื่อรีวิวเราจำขนมที่คุณดูล่าสุดเพื่อแนะนำ (เก็บในเครื่องของคุณ)
ข้อมูลชุดนี้เป็นส่วนหนึ่งของ ชุดข้อมูลเปิดของกินเล่นไทย (CC BY 4.0)