ข้อมูลโดยย่อ

หวานกรอบเค็มเหนียวเปรี้ยวนุ่มเผ็ดกรุบมันฟูขม
ทีมงานบันทึก

วงล้อรสลักษณ์ — รูปรสและสัมผัสของขนมปะดา

ภาคใต้

ขนมปะดา

Khanom Pa-da - ปาดา, ขนมปาดา, โดนัทปักษ์ใต้, โดนัทเมืองคอน, khanom pada, southern donut

ยังไม่มีคะแนนรีวิว
คะแนนผู้ชม
แตะดาวเพื่อให้คะแนน

ขนมแป้งทอดทรงห่วงคล้ายโดนัท กรอบนอกนุ่มใน หวานหอม ขนมพื้นบ้านสายมุสลิมของนครศรีธรรมราชที่เรียกกันว่าโดนัทปักษ์ใต้

รู้จักขนมปะดา

ขนมปะดาทำจากแป้งนวดกับน้ำตาลและน้ำ (บางสูตรผสมกล้วยหรือมันบดให้เนื้อนุ่ม) ปั้นเป็นวงคล้ายห่วงโดนัทแล้วทอดในน้ำมันจนเหลืองกรอบ ได้ขนมกรอบนอกนุ่มใน รสหวานหอม กินง่าย เป็นขนมของว่างและของกินเล่นที่พบในชุมชนไทยมุสลิมและตลาดพื้นบ้านภาคใต้ตอนกลาง

เรื่องเล่าและที่มา

ขนมปะดา (ปาดา) เป็นขนมพื้นบ้านที่ชาวไทยมุสลิมในนครศรีธรรมราชและหัวเมืองใต้ทำสืบต่อกันมา คนทั่วไปมักเรียกติดปากว่าโดนัทปักษ์ใต้หรือโดนัทเมืองคอนเพราะรูปทรงห่วงคล้ายโดนัท เป็นตัวอย่างของขนมทอดพื้นถิ่นที่เรียบง่ายแต่อยู่คู่ตลาดเช้าและของกินเล่นประจำวันมานาน

กินยังไงให้อร่อย

กินตอนทอดใหม่ ๆ ยังกรอบอุ่น เป็นของว่างยามเช้าหรือบ่ายคู่ชาหรือกาแฟร้อน

เพิ่มโดย ทีมงาน ginlen

มีขนมบ้านเกิดที่เรายังไม่มี? ส่งเข้ามาได้ ทีมงานตรวจสอบก่อนเผยแพร่และให้เครดิตผู้ส่ง ส่งเพิ่ม

วิธีเลือกซื้อ

สังเกตก่อนซื้อขนมปะดา

เลือกชิ้นที่กรอบนอกนุ่มในไม่อมน้ำมัน สีเหลืองทองไม่ไหม้ หอมหวานไม่มีกลิ่นน้ำมันเก่า

วิธีเก็บและคืนความสด

เก็บและอุ่นคืนขนมปะดาให้กลับมาอร่อยเหมือนใหม่

อร่อยสุดเมื่อกินวันต่อวัน หากเหลือเก็บในภาชนะปิดและอุ่นด้วยหม้อทอดลมร้อนหรือเตาอบให้กรอบคืน

งานฝีมือ

ทำมือสูตรดั้งเดิม

คำถามที่พบบ่อย

คำตอบสำคัญเกี่ยวกับขนมปะดาที่คนถามบ่อยที่สุด

ทำไมขนมปะดาถูกเรียกว่าโดนัทปักษ์ใต้?

เพราะปั้นเป็นวงคล้ายห่วงโดนัทแล้วทอด คนทั่วไปจึงเรียกติดปากว่าโดนัทปักษ์ใต้หรือโดนัทเมืองคอน แต่ชื่อดั้งเดิมคือขนมปะดาหรือปาดา

ขนมปะดาทำจากอะไร?

ทำจากแป้งนวดกับน้ำตาล บางสูตรผสมกล้วยหรือมันบดให้เนื้อนุ่ม ปั้นเป็นวงแล้วทอดจนกรอบนอกนุ่มใน

ตรวจทานล่าสุด 9 กันยายน 2569

รีวิวจากผู้ชิม

ยังไม่มีใครรีวิวขนมปะดา

เป็นคนแรกที่รีวิว แล้วรีวิวของคุณจะได้ป้าย "รีวิวคนแรก" ติดถาวร

เข้าสู่ระบบเพื่อรีวิว

เราจำขนมที่คุณดูล่าสุดเพื่อแนะนำ (เก็บในเครื่องของคุณ)

ข้อมูลชุดนี้เป็นส่วนหนึ่งของ ชุดข้อมูลเปิดของกินเล่นไทย (CC BY 4.0)