ข้อมูลโดยย่อ
- ภาคภาคกลาง
- จังหวัดต้นตำรับลพบุรี
- ประเภทผลไม้-ของหวานผลไม้
- ระดับราคาหลักสิบถึงหลักร้อย
- ฤดูกาลออกผลตามฤดูกาลช่วงเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม ชุกและรสดีที่สุดราวมิถุนายน
วงล้อรสลักษณ์ — รูปรสและสัมผัสของกระท้อนตะลุง
ภาคกลาง
กระท้อนตะลุง
Krathon Talung (Lopburi GI Santol) - กระท้อนหวานลพบุรี, กระท้อนห่อ, กระท้อนเมืองลิง, Talung santol, Lopburi santol
ยังไม่มีคะแนนรีวิวกระท้อนห่อพันธุ์หวานของเมืองลพบุรีที่ได้ขึ้นทะเบียน GI เนื้อฟูหนานุ่มไม่ฝาด ปุยขาวหวานหอม ปลูกริมแม่น้ำลพบุรีย่านตำบลตะลุง งิ้วราย และโพธิ์เก้าต้น กินคู่พริกเกลือหรือน้ำปลาหวานเป็นของกินเล่นและของฝากประจำฤดูร้อนถึงต้นฝน
รู้จักกระท้อนตะลุง
กระท้อนตะลุงเป็นกระท้อนห่อ (ห่อผลด้วยกระดาษหรือถุงเพื่อกันแมลงและให้ผิวสวย) ที่ปลูกในพื้นที่ดินตะกอนทรายริมแม่น้ำลพบุรี เอกลักษณ์อยู่ที่เนื้อหนา ปุยฟูสีขาว รสหวานอมเปรี้ยวนิด ๆ ไม่ฝาดคอ เมล็ดเล็ก มีให้เลือกหลายสายพันธุ์ที่ได้รับการรับรอง ได้แก่ ปุยฝ้าย อีล่า ทับทิม นิ่มนวล และกำมะหยี่ แต่ละพันธุ์ต่างกันที่ความหนาปุยและความหวาน กรมทรัพย์สินทางปัญญาขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ในชื่อกระท้อนตะลุง ครอบคลุมพื้นที่ปลูกในตำบลตะลุง งิ้วราย และโพธิ์เก้าต้น อำเภอเมืองลพบุรี ชาวลพบุรีนิยมกินสด ๆ จิ้มพริกเกลือหรือคลุกน้ำปลาหวาน และแปรรูปเป็นกระท้อนลอยแก้ว กระท้อนดอง และกระท้อนกวน เป็นทั้งของกินเล่นคลายร้อนและของฝากที่บอกถิ่นได้ทันทีว่ามาจากเมืองลิง
เรื่องเล่าและที่มา
กระท้อนเป็นไม้ผลที่ผูกกับวิถีลุ่มน้ำลพบุรีมายาวนาน ด้วยลักษณะภูมิประเทศแบบน้ำไหลทรายมูล คือดินตะกอนทรายที่แม่น้ำพัดพามาทับถมริมฝั่ง ทำให้ต้นกระท้อนย่านตำบลตะลุงให้ผลเนื้อหนา ปุยฟู และหวานเป็นพิเศษจนเลื่องชื่อกว่าที่อื่น ชาวสวนพัฒนาเทคนิคห่อผลเพื่อให้ผิวนวลสวยและรสดี กลายเป็นของขึ้นชื่อที่จังหวัดจัดงานเทศกาลกระท้อนหวานประจำปีเพื่อโปรโมตผลผลิต ต่อมากรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ขึ้นทะเบียนกระท้อนตะลุงเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ยืนยันว่าคุณภาพและรสชาตินี้เกิดจากดินและน้ำเฉพาะถิ่นลพบุรีเท่านั้น สร้างรายได้ให้เกษตรกรผู้ผ่านการรับรองหลายสิบราย และทำให้กระท้อนกลายเป็นทั้งผลไม้กินสดและวัตถุดิบแปรรูปที่เป็นหน้าเป็นตาของเมืองลพบุรีในทุกฤดูกาลเก็บเกี่ยว
- สาระของกองบรรณาธิการเชื่อมั่นสูงเรียบเรียงโดยกองบรรณาธิการ ginlen จากแหล่งอ้างอิง: https://www.thairath.co.th/agriculture/agricultural-policy/2939462 | https://mgronline.com/local/detail/9650000061923 | https://www.5forcenews.com/?p=114279 - รวบรวมจากความรู้วัฒนธรรมทั่วไปโดยกองบรรณาธิการ
ระดับความเชื่อมั่นคือความชัดเจนของที่มาที่ระบุได้ ไม่ใช่การรับรองความถูกต้องทางประวัติศาสตร์
กินยังไงให้อร่อย
ปอกเปลือกหนา ๆ แล้วผ่าเอาปุยเนื้อขาว กินสดจิ้มพริกเกลือหรือน้ำปลาหวานให้ตัดรสเปรี้ยวหวาน บางบ้านคลุกยำใส่กุ้งแห้งพริกป่นเป็นยำกระท้อนแซ่บ ๆ หรือกินแบบลอยแก้วแช่เย็นคลายร้อน เนื้อปุยฟูของพันธุ์ปุยฝ้ายเหมาะกินสด ส่วนพันธุ์เนื้อแน่นเหมาะทำดองและกวน
มีขนมบ้านเกิดที่เรายังไม่มี? ส่งเข้ามาได้ ทีมงานตรวจสอบก่อนเผยแพร่และให้เครดิตผู้ส่ง ส่งเพิ่ม
วิธีเลือกซื้อ
สังเกตก่อนซื้อกระท้อนตะลุง
เลือกผลทรงกลมป้อม ผิวนวลเหลืองทองสม่ำเสมอ ไม่มีรอยช้ำหรือจุดดำ เขย่าเบา ๆ ไม่มีเสียงเมล็ดคลอน กดเปลือกแล้วนุ่มมือเล็กน้อยแปลว่าสุกกำลังดี ผลที่ห่อผ้าหรือห่อกระดาษมักผิวสวยและรสดีกว่า ถ้าชอบเนื้อฟูหวานให้เลือกพันธุ์ปุยฝ้ายหรือนิ่มนวล ผลใหญ่หนักมือปุยจะหนา
วิธีเก็บและคืนความสด
เก็บและอุ่นคืนกระท้อนตะลุงให้กลับมาอร่อยเหมือนใหม่
กระท้อนสดเก็บในที่เย็นอากาศถ่ายเทได้ราว 4-7 วัน ถ้าแช่ตู้เย็นช่องผักใส่ถุงเจาะรูจะอยู่ได้ราวหนึ่งสัปดาห์ ไม่ควรวางกองทับกันเพราะเนื้อช้ำง่าย หากต้องการเก็บนานให้แปรรูปเป็นกระท้อนลอยแก้วหรือกระท้อนดองแช่เย็น ส่วนกระท้อนกวนเก็บในภาชนะปิดสนิทได้หลายสัปดาห์
ขนาดบริโภคอ้างอิง
โดยประมาณ ขึ้นกับสูตรและผู้ขาย
คำถามที่พบบ่อย
คำตอบสำคัญเกี่ยวกับกระท้อนตะลุงที่คนถามบ่อยที่สุด
กระท้อนตะลุงต่างจากกระท้อนทั่วไปอย่างไร
ต่างที่ปลูกบนดินตะกอนทรายริมแม่น้ำลพบุรีย่านตำบลตะลุง งิ้วราย และโพธิ์เก้าต้น ทำให้เนื้อหนา ปุยฟูขาว หวานไม่ฝาด จนได้ขึ้นทะเบียน GI เป็นของเฉพาะถิ่น
มีสายพันธุ์อะไรบ้าง แล้วพันธุ์ไหนอร่อย
ที่รับรอง GI มีปุยฝ้าย อีล่า ทับทิม นิ่มนวล และกำมะหยี่ คนนิยมพันธุ์ปุยฝ้ายเพราะเนื้อปุยหนาฟูหวานหอม เหมาะกินสด ส่วนพันธุ์เนื้อแน่นนิยมนำไปดองและกวน
ซื้อกระท้อนลพบุรีได้ช่วงไหน
ผลผลิตออกสู่ตลาดช่วงเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคมของทุกปี โดยออกชุกและอร่อยที่สุดราวเดือนมิถุนายน มักมีขายในงานเทศกาลกระท้อนหวานและตลาดของฝากในเมืองลพบุรี
รีวิวจากผู้ชิม
เป็นคนแรกที่รีวิว แล้วรีวิวของคุณจะได้ป้าย "รีวิวคนแรก" ติดถาวร
เข้าสู่ระบบเพื่อรีวิวเราจำขนมที่คุณดูล่าสุดเพื่อแนะนำ (เก็บในเครื่องของคุณ)
ข้อมูลชุดนี้เป็นส่วนหนึ่งของ ชุดข้อมูลเปิดของกินเล่นไทย (CC BY 4.0)