ข้อมูลโดยย่อ
- ภาคภาคกลาง
- ประเภทขนมไทยโบราณ
- ระดับราคาหลักสิบ ราคาตลาด
- ฤดูกาลตลอดปี
วงล้อรสลักษณ์ — รูปรสและสัมผัสของสาคูเปียก
ภาคกลาง
สาคูเปียก
Sago Pearls in Coconut Milk - เปียกสาคู, สาคูน้ำกะทิ, สาคูเปียกมะพร้าวอ่อน, สาคูเปียกข้าวโพด, ขนมสาคู, sakhu piak, sakoo piak, piak sakoo, sago in coconut milk, tapioca pearls in coconut cream
ยังไม่มีคะแนนรีวิวเม็ดสาคูเล็ก ๆ ต้มในน้ำเชื่อมใบเตยจนใสหนึบ แล้วราดหัวกะทิเค็มข้น ๆ เป็นขนมไทยโบราณตระกูลขนมเปียกที่กินได้ทั้งอุ่น ๆ และแช่เย็น
รู้จักสาคูเปียก
สาคูเปียกหรือที่คนเก่าเรียกว่าเปียกสาคู ทำจากเม็ดสาคูเม็ดเล็กซึ่งทุกวันนี้ผลิตจากแป้งมันสำปะหลังเป็นหลัก เริ่มจากล้างเม็ดสาคูเพื่อชะแป้งส่วนเกินกันไม่ให้เละ ต้มน้ำให้เดือดจัดจริง ๆ ก่อนค่อยโรยสาคูลงไป ถ้าน้ำเพียงร้อนสาคูจะละลายเป็นแป้งเปียกทันที คนเรื่อย ๆ จนเม็ดใสเหลือไตขาวจุดเล็กตรงกลาง แล้วปรุงหวานด้วยน้ำตาลทรายหรือน้ำตาลปึก ใส่ใบเตยมัดหนึ่งให้หอม จากนั้นเติมเครื่องตามชอบ ทั้งเนื้อมะพร้าวอ่อนขูด เผือกนึ่งหั่นเต๋า ข้าวโพดหวาน หรือลำไย เวลาเสิร์ฟตักใส่ถ้วยแล้วราดหัวกะทิที่เคี่ยวกับเกลือจนข้น ความเค็มมันของกะทิตัดกับความหวานของตัวสาคู ได้สัมผัสลื่นหนึบที่เป็นเอกลักษณ์ของขนมเปียกไทย
เรื่องเล่าและที่มา
ชื่อขนมมาจากคำว่าสาคู ซึ่งแต่เดิมหมายถึงแป้งที่ได้จากไส้ในลำต้นของปาล์มสาคูสกุล Metroxylon ประเทศไทยยังมีสาคูต้นแท้เหลืออยู่ทางภาคใต้ โดยเฉพาะแถบอำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ซึ่งต้องรอให้ต้นอายุราวแปดถึงสิบปีจึงโค่นมาขูดไส้ล้างแป้ง สาคูแท้เมื่อสุกจะออกสีชมพูจาง ๆ มีกลิ่นหอมคล้ายดอกไม้แห้งและเนื้อหนึบกว่าสาคูทั่วไป แต่ความจริงที่คนไทยควรรู้คือเม็ดสาคูที่ขายตามตลาดและซูเปอร์มาร์เก็ตเกือบทั้งหมดในวันนี้ไม่ใช่แป้งสาคูแท้ หากเป็นแป้งมันสำปะหลังที่ผ่านกระบวนการปั้นเม็ดในระบบอุตสาหกรรม การมาถึงของสาคูมันสำปะหลังราคาถูกนี่เองที่ทำให้สาคูเปียกกลายจากของหายากเป็นขนมถ้วยประจำวันในตลาดสดทั่วภาคกลาง
- สาระของกองบรรณาธิการเชื่อมั่นปานกลางเรียบเรียงโดยกองบรรณาธิการ ginlen จากแหล่งอ้างอิง: https://cooking.kapook.com/view239436.html | https://www.wongnai.com/recipes/sago-in-coconut-milk | https://www.pim.in.th/thai-dessert/839-tapioca-pearl-pudding | https://krua.co/food_story/sago-plam - รวบรวมจากความรู้วัฒนธรรมทั่วไปโดยกองบรรณาธิการ
ระดับความเชื่อมั่นคือความชัดเจนของที่มาที่ระบุได้ ไม่ใช่การรับรองความถูกต้องทางประวัติศาสตร์
กินยังไงให้อร่อย
ตักสาคูใส่ถ้วยแล้วราดหัวกะทิเค็มตอนจะกิน อย่าราดทิ้งไว้เพราะกะทิจะถูกสาคูดูดจนแห้ง กินอุ่น ๆ ได้ความหอมกะทิเต็มที่ ส่วนหน้าร้อนนิยมแช่เย็นหรือใส่น้ำแข็งทุบ ตักให้ได้ทั้งสาคูและเครื่องในคำเดียวกัน
เพิ่มโดย ทีมงาน ginlen
มีขนมบ้านเกิดที่เรายังไม่มี? ส่งเข้ามาได้ ทีมงานตรวจสอบก่อนเผยแพร่และให้เครดิตผู้ส่ง ส่งเพิ่ม
วิธีเลือกซื้อ
สังเกตก่อนซื้อสาคูเปียก
ดูเม็ดสาคูต้องใสเป็นเม็ด ๆ แยกจากกัน ไม่จับตัวเป็นก้อนแป้งขุ่น น้ำเชื่อมต้องใสไม่ข้นเหนียวเกินไป หัวกะทิต้องขาวข้นไม่แยกชั้นและไม่มีกลิ่นเปรี้ยว ร้านที่ตั้งกะทิไว้กลางแดดนานควรเลี่ยง
วิธีเก็บและคืนความสด
เก็บและอุ่นคืนสาคูเปียกให้กลับมาอร่อยเหมือนใหม่
เก็บตัวสาคูกับหัวกะทิแยกกันคนละกล่อง แช่ตู้เย็นได้ราวสองถึงสามวัน ตัวสาคูจะแข็งตัวเมื่อเย็น อุ่นใหม่โดยเติมน้ำเล็กน้อยแล้วคนบนไฟอ่อน ส่วนกะทิอุ่นแยกและอย่าให้เดือดจนแตกมัน
ความปลอดภัยการกิน
ควรเคี้ยวให้ละเอียดเม็ดสาคูลื่นและเหนียว เด็กเล็กมักกลืนทั้งเม็ดโดยไม่เคี้ยว ควรตักให้ทีละน้อยและดูแลใกล้ชิด
เด็กเล็กและผู้สูงอายุควรมีผู้ใหญ่ดูแลขณะรับประทาน
ขนาดบริโภคอ้างอิง
โดยประมาณ ขึ้นกับสูตรและผู้ขาย
งานฝีมือ
คำถามที่พบบ่อย
คำตอบสำคัญเกี่ยวกับสาคูเปียกที่คนถามบ่อยที่สุด
สาคูที่ใช้ทำขนมนี้เป็นสาคูแท้จากต้นปาล์มไหม
ส่วนใหญ่ไม่ใช่ เม็ดสาคูที่ขายทั่วไปในไทยทุกวันนี้ผลิตจากแป้งมันสำปะหลัง ส่วนสาคูแท้จากปาล์มสาคูยังมีอยู่บ้างทางภาคใต้แถบควนขนุน จังหวัดพัทลุง และหาซื้อยากกว่ามาก
ทำไมสาคูถึงละลายเป็นแป้งเปียกเวลาต้ม
เพราะใส่สาคูลงไปตอนน้ำยังไม่เดือดจัด ต้องรอน้ำเดือดพล่านจริง ๆ แล้วค่อยโรยสาคูพร้อมคนทันที และควรล้างแป้งส่วนเกินออกจากเม็ดสาคูก่อนต้มด้วย
สาคูเปียกใส่อะไรได้บ้าง
สูตรที่พบบ่อยคือใส่เนื้อมะพร้าวอ่อน เผือกนึ่งหั่นเต๋า ข้าวโพดหวาน หรือลำไย บางสูตรใส่รวมกันหลายอย่างแล้วราดหัวกะทิเค็มเหมือนกัน
รีวิวจากผู้ชิม
เป็นคนแรกที่รีวิว แล้วรีวิวของคุณจะได้ป้าย "รีวิวคนแรก" ติดถาวร
เข้าสู่ระบบเพื่อรีวิวเราจำขนมที่คุณดูล่าสุดเพื่อแนะนำ (เก็บในเครื่องของคุณ)
ข้อมูลชุดนี้เป็นส่วนหนึ่งของ ชุดข้อมูลเปิดของกินเล่นไทย (CC BY 4.0)